วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ

 
 
 
ทุกวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี

วันแม่แห่งชาติปี 2556 นี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556 และเป็นปีมหามงคลยิ่งเนื่องจากสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ทรงมีพระชนมายุครบ 81 พรรษา

ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวโรกาสมหามงคล 81 พรรษาราชินี

วันแม่แห่งชาติ หรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า วันแม่ ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถคือ วันที่ 12 สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่ของชาติด้วย
 แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ
ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ
  1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
  2. ?จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ
  3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่
  4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่
 
 
 

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การเลือกตั้งนายกมาเลเซีย



6 พ.ค.56 พรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งนำโดยพรรคอัมโนคว้าชัยชนะเลือกตั้งทั่วไป ส่งผลนายนาจิบ ราซัก จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกสมัย หลังขณะนี้คว้าที่นั่งในสภาได้แล้ว 133 ที่นั่ง

ผลเลือกตั้งทั่วไปมาเลเซียวานนี้ที่ผ่านมา ผลล่าสุดปรากฎว่า พรรคแนวร่วมแห่งชาติ นำโดยนายนาจิบ ราซักวัย 59 ปี คว้าที่นั่งในสภาได้ 133 ที่่นั่ง ซึ่งมากกว่ากึ่งหนึ่งของที่นั่งทั้งหมด 222 ที่นั่ง  ขณะที่นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำจากพรรคฝ่ายค้านได้เพียง 89 ที่นั่งเท่านั้น โดยผลการเลือกตั้งดังกล่าวมีแนวโน้มว่า นายนาจิบ จะขึ้นเป็นผู้นำมาลาเซียต่ออีกสมัย

คณะกรรมการเลือกตั้งชาติมาเลเซีย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิประมาณ ร้อยละ80 หรือคิดเป็นจำนวน 10 ล้านคน จากทั้งหมด 13 ล้านคน ใน 8,000 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 

นายราซัก กล่าวกับผู้สนับสนุนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่า  นี่เป็นการตัดสินใจของประชาชน ทุกคนควรยอมรับชัยชนะของพรรครัฐบาลครั้งนี้ โดยพวกเราควรแสดงให้โลกรู้ว่า มาเลเซียมีประชาธิปไตยที่สมบรูณ์

ขณะที่นายอันวาร์ ปฎิเสธยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่า โกง และบิดเบือนผลเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ ที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนเครื่องบินเช่าเหมาลำขนคนมาลงคะแนนในรัฐสำคัญ รวมถึงมีการใช้หมึกพิเศษที่สามารถลบออกได้ ทำให้มีการสวมสิทธิเกิดขึ้น

นอกจากนี้ องค์กรอิสระที่ตรวจสอบเลือกตั้ง เปิดเผยว่า  มีการออกเอกสารบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวลงคะแนนเสียง ขณะที่ฮิวแมนไรท์ วอช ของสหรัฐฯ ระบุว่าก่อนหน้าลงคะแนน มีการโจมตีสำนักข่าวอิสระท้องถิ่นในประเทศ

ทั้งนี้ ชัยชนะของพรรคอัมโนดังกล่าาวถือเป็นครั้งที่  13 ติดต่อกัน  หลังผูกขาดอำนาจเป็นรัฐบาลมาตั้งแต่ที่มาเลเซียประกาศเอกราชจากประเทศอังกฤษเมื่อปี  2500  ซึ่งเหล่าบรรดานักวิเคราะห์คาดว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากฝ่ายค้าน 

สำหรับประวัติของนายนาจิบราซักว่าที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นบุตรชายคนโตของนายอับดุลราซักอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่2ของมาเลเซีย จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ

ต่อมาปี 2517 นายนาจิบเดินทางกลับประเทศ และเข้าทำงานที่บริษัทน้ำมันปิโตรนาสอยู่สักพัก จากนั้นไม่นาน พ่อของนายนาจิบถึงแก่อสัญกรรมอย่างกระทันหัน  ส่งผลให้ตำแหน่งที่นั่งสภาว่างลง 

นายนาจิบ  ตัดสินใจเลงเล่นการเมือง และได้เป็นสมาชิกรัฐภาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในขณะนั้นมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ในปี 2552 นายนาจิบ มีโอกาสขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นครั้งแรกเนื่องจากนายอับดุลละห์ บาดาวี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลาออก